<iframe src="//www.googletagmanager.com/ns.html?id=GTM-TBGMC3V&l=dataLayer" height="0" width="0" style="display:none;visibility:hidden"></iframe>

บทความ

รีวิวสินค้า
  • รีวิวสินค้าทั้งหมด
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • แฟชั่น
  • เครื่องสำอาง
  • เครื่องครัว
  • ของใช้ในบ้าน
  • แม่และเด็ก
  • Other
  • ความงาม
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • แฟชั่น
  • สินค้าอุปโภคบริโภค
  • ของใช้ในบ้าน
  • เครื่องครัว

17 ก.ค. 62 | 14:41น.

มองไปทางไหนก็เจอ เจ้าวายร้าย "แสงสีฟ้า"

    คงปฏิเสธไม่ได้ว่าชีวิตประจำวันของเราในตอนนี้ ต้องพึ่งพาและใช้เทคโนโลยีตลอด และสิ่งที่เรามักพกติดตัวเราเสมอนอกจากกระเป๋าสตางค์ ก็คือโทรศัพท์หรือแม้กระทั่งแท็บเล็ตต่างๆ


    หลายคนคงทราบแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือล้วนมีภัยอันตรายที่เรียกว่า "แสงสีฟ้า" แต่จะมีใครทราบมั้ยว่า แสงสีฟ้าที่แท้จริงนั้นคืออะไร เราสามารถพบได้ที่ไหนบ้างนอกเหนือจากอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์



แสงสีฟ้า (Blue Light) คืออะไร?

    แสงที่มนุษย์เรานั้นมองเห็นนั้นอยู่ในช่วงแสงสีขาว ซึ่งแบ่งได้เป็น 7สี คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด และแดง โดยแสงสีฟ้าจะอยู่ในช่วงสีน้ำเงินกับคราม ความพิเศษและอันตรายของมันคือแสงสีฟ้านั้นมีพลังงานที่ใกล้เคียงกับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV)  และการใช้งานของอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์พวกนี้ ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สว่างพอ แสงสีฟ้านั้นสามารถทะลุมาจนถึงจอประสาทตาได้เลย




เรามีโอกาสพบเจอแสงสีฟ้าได้จากที่ไหนบ้าง ?

    ในชีวิตประจำวันเราล้วนพบเจอแสงสีฟ้าได้ทุกที่ ทั้งที่เกิดจากแหล่งพลังงานธรรมชาติจากแสงแดดจากดวงอาทิตย์ และสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ เช่นหลอดไฟในบ้าน หน้าจอโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน



ผลกระทบต่อสุขภาพ

    หากได้รับแสงดังกล่าวสว่างจนเกินไป อาจกระทบต่อจอประสาทตา หรือชื่อที่เราคุ้นเคยกันว่าจอประสาทตาเสื่อม

  • จอประสาทตาเสื่อม ที่เกิดจากได้รับแสงสีฟ้าในสภาพแวดล้อมที่แสงไม่เพียงพอเป็นระยะเวลานาน และบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นตาบอด
  • ดวงตาล้า เมื่อใช้ดวงตาเป็นระยะเวลานาน อาจเกิดอาการระคายเคือง เจ็บตา ตาพร่า เห็นภาพซ้อน มองภาพไม่ชัดเจน อ่อนไหวต่อแสงแดด



วิธีการดูแลดวงตาแบบง่ายๆ

  • ลดแสงความสว่างของหน้าจอ
  • พักสายตา เปลี่ยนอิริยาบถในการจ้องคอมทุก 20นาที ให้เปลี่ยนเป็นมองวัตถุที่มีสีเขียว ไกลออกไปสัก 20เมตร และไม่ควรใช้งานหน้าจอติดต่อกันนานเกินกว่า 2ชั่วโมง
  • กระพริบตาตอนขณะจ้องหน้าจอให้บ่อยขึ้น เพื่อให้มีน่ำหล่อเลี้ยงมาที่ดวงตามากขึ้น
  • ติดฟิล์ม สวมแว่นกรองรังสี หรือเปิดโหมดกรองแสงสีฟ้า เพื่อช่วยดวงตาในการลดปริมาณจากการรับแสงสีฟ้า
  • ปรับขนาดตัวอักษรให้ใหญ่มากขึ้น เพื่อลดอาการเพ่ง
  • เราควรอยู่ห่างจากจอ 18-24 นิ้ว
  • ใช้งานหน้าจอในสภาพแวดล้อมที่มีแสงพอเพียง
  • หยอดน้ำตาเทียมเพื่อช่วยให้ดวงตาชุ่มชื่น และลดอาการระคายเคืองจากการจ้องจอคอมเป็นระยะเวลานาน