<iframe src="//www.googletagmanager.com/ns.html?id=GTM-TBGMC3V&l=dataLayer" height="0" width="0" style="display:none;visibility:hidden"></iframe>

บทความ

รีวิวสินค้า
  • รีวิวสินค้าทั้งหมด
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • แฟชั่น
  • เครื่องสำอาง
  • เครื่องครัว
  • ของใช้ในบ้าน
  • สุขภาพ
  • แม่และเด็ก
  • Other
  • ความงาม
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • แฟชั่น
  • สินค้าอุปโภคบริโภค
  • ของใช้ในบ้าน
  • เครื่องครัว

26 มิ.ย. 62 | 17:52น.

วัดระดับความเผ็ดในตัวคุณ

       พริกที่ว่าเผ็ดจะเด็ดสู้ฉันรึเปล่า~ สำหรับใครที่ชอบทานเผ็ดมาทางนี้เลยค่ะ เราคนไทยส่วนใหญ่แล้วมักจะติดอาหารที่มีรสชาติเผ็ด นั่นเป็นเพราะว่าพื้นเพอาหารบ้านเรานั้นแทบจะใส่พริกลงไปเป็นส่วนประกอบหมดทุกจาน แต่ไม่ใช่เราประเทศเดียวหรอกนะที่ทานเผ็ด เพราะบางประเทศนั้นก็ทานเผ็ดไม่แพ้เราเหมือนกัน เช่น คนเม็กซิโก อินเดีย จาเมกา รวมไปถึงประเทศใกล้ๆเราอย่างประเทศจีน


    บางคนอาจจะทราบอยู่แล้วว่าจีนเป็นชาติที่ทานเผ็ด แต่ก็มีอีกหลายคนเหมือนกันที่มองว่าอาหารประเทศจีนเป็นอาหารจืดชืด เลี่ยนๆคลุกน้ำมัน ซึ่งเอกลักษณ์ของอาหารจีนมี 2ฤดูกาลค่ะ ในช่วงฤดูร้อนจะเป็นอาหารรสจืด ส่วนฤดูหนาวจะเป็นอาหารรสเข้มข้นขึ้นโดยมีความเชื่อว่า อาหารที่มีรสชาติจัดจ้านจะช่วยต่อสู้กับความหนาวเย็นได้


เครดิตภาพ https://www.tipsdd.com/eat/

    ซึ่งอาหารจีนตอนนี้กำลังได้รับความนิยมในบ้านเราอย่างมาก อย่างพริกหม่าล่า มีการนำมาประกอบอาหารไม่ว่าจะเป็นน้ำซุปชาบูรสหม่าล่า หรือของปิ้งย่างราดซอสเผ็ดหม่าล่า 

    สำหรับต้นกำเนิดของพริกหม่าล่ามาจากมณฑลเสฉวน ประเทศจีน  สำหรับเอกลักษณ์ของพริกชนิดนี้คือเผ็ดจนลิ้นชา โดยคำว่า"หม่า"หมายถึงอาหารชาที่ปลายลิ้น และคำว่า"ล่า"หมายถึงรสชาติเผ็ด และส่วนประกอบข้างในพริกหม่าล่าที่ทำให้เกิดอาการลิ้นชานั้นเกิดจากเครื่องเทศที่ชื่อ 'ฮวาเจียว'


ประโยชน์ของหม่าล่า

    ประโยชน์ของพริกหม่าล่า มาจากเครื่องเทศที่เรียกว่าฮวาเจียว ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยขับลมในลำไส้ แก้หวัด แก้วิงเวียนศรีษะ สามารถนำมาต้มเป็นยาแก้ไข้ได้ซึ่งช่วยในการบำรุงหัวใจและขับระดูสำหรับสตรีอีกด้วย

เครดิตภาพ http://gourmetposter.com/ChileFresco%20White.htm


    หลายๆคนอาจจะอยากทราบว่าพริกหม่าล่าและพริกขี้หนูจะเผ็ดอยู่อันดับที่เท่าไหร่ของโลก ขอบอกเลยค่ะพริกทั้งสองชนิดนี้ไม่ติด1ใน10ของโลกด้วยซ้ำ เรียกได้ว่ายังห่างชั้นจากลำดับสุดท้ายเป็นอย่างมาก

ตามตารางด้านล่างจะเป็นการจัดอันดับพริกที่เผ็ดมากสุดของโลก 


เครดิตภาพ http://moronreviews.com/food/top-40-hot-sauces-2/

    

    หน่วยวัดระดับความเผ็ดมีหน่วยเป็น Scoville (SHU) ซึ่งพริกขี้หนูบ้านเรามีความเผ็ด แค่ 15,000-30,000 SHUเท่านั้น


    ใครที่ทานเผ็ดเก่งบ้านเรา พอไปเจอประเทศอื่นก็อาจจะแพ้ราบคาบไปเลยก็ได้นะคะ เพราะถ้าเทียบลำดับกันแล้วพริกเราถือว่าเด็กไปเลย ถ้ามครได้มีโอกาสไปต่างแดนก็อย่าลองแวะชิมอาหารประจำท้องถิ่นของเขากันดูนะ นอกจากจะเปิดประสบการณ์ในเรื่องของอาหารแล้ว ยังได้ลองเช็คพริกที่อื่นที่เขาว่าเผ็ด มันจะเผ็ดถึงใจกันขนาดไหน

    แต่การทานเผ็ดมากเกินไปนั้นย่อมมีผลเสียต่อร่างกายอยู่แล้วค่ะ อาการแรกที่เกิดขึ้นคือปวดท้องเข้าห้องน้ำ และเมื่อทานเผ็ดเข้าไปมากๆจะทำให้เกิดกรดในกระเพาะ ดังนั้นถ้าหากใครที่เป็นโรคกระเพาะอยู่แล้ว เจ้ากรดตัวนี้จะเข้าไปกัดแผลทำให้เรารู้สึกปวดท้องมากขึ้น เนื่องจากสาสรแคปไซซินที่ทำปฏิกิริยากับร่างกาย และสิ่งสุดท้ายเลยเป็นโรคที่ความร้ายแรงน้อยทีสุด แต่เป็นสิ่งที่ใครหลายคนหนักใจมากที่สุดนั่นก็คือโรคอ้วน เพราะรสชาติที่เผ็ดจัดจ้านส่งผลให้เราเจริญอาหารมากกว่าปกติ ทำให้เราทานอาหารในปริมาณมากขึ้นนั่นเองค่ะ

    เรียกได้ว่าการทานเผ็ดมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ควรทานแต่พอดีและไม่ทานรสจัดมากเกินไป เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนนะคะ


เครดิตภาพ https://www.ryoiireview.com/article/malagrill-shabu/

    สำหรับใครที่อยากจะลองทำเมนูหม่าล่าเองบ้างทำได้ไม่ยากเลยค่ะ เพราะสมัยนี้มีผงพริกหม่าล่าขาย สามารถนำมาปรุงอาหารต่อได้สบายๆ เมนูยอดฮิตของหม่าล่าจะเน้นเป็นซุปอย่างชาบู หรือหมูปิ้ง ไก่ปิ้งราดซอสด้วยหม่าล่า ทำอาหารได้ง่ายๆ ด้วยเตาปิ้งย่างอเนกประสงค์พร้อมหม้อต้มซุป ที่จะรวมความสุขของคุณและคนในครอบครัวไว้ที่เดียว

    สนใจ คลิกเลย => http://bit.ly/2LgxCsI 



เครดิตข้อมูล

    https://www.pholfoodmafia.com

https://paweena122.wordpress.com

http://www.gangbeauty.com/topic/118807

https://www.sanook.com/health/10665

https://www.sanook.com/women/80937